วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

9. The boast of heraldry, the pomp of pow'r,



9. The boast of heraldry, the pomp of pow'r,
And all that beauty, all that wealth e'er gave,
Awaits alike th' inevitable hour.
The paths of glory lead but to the grave.

9.สกุลเอ๋ยสกุลสูง
ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี
อำนาจนำความสง่าอ่าอินทรีย์
ความงามนำให้มีไมตรีกัน
ความร่ำรวยอวยสุขให้ทุกอย่าง
เหล่านี้ต่างรอตายทำลายขันธ์
วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น
แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย.

ความมีชาติตระกูลสูง  ความมีอำนาจวาสนา  ความงาม  ความร่ำรวย เหล่านี้ล้วนรอวันเวลาแห่งความตายทั้งนั้น  หนทางแห่งเกียรติยศนำไปได้ก็แค่หลุมฝังศพเท่านั้น(ตายแล้วนำติดตัวไปไม่ได้ อยู่แค่หลุมฝังศพเท่านั้น)

8. Let not Ambition mock their useful toil,



8. Let not Ambition mock their useful toil,
Their homely joys, and destiny obscure;
Nor Grandeur hear with a disdainful smile
The short and simple annals of the poor.

8. ตัวเอ๋ยตัวทะยาน
อย่าบันดาลดลใจให้ใฝ่ฝัน
ดูถูกกิจชาวนาสารพัน
และความครอบครองอันชื่นบาน
เขามีความสุขเรียบเรียบเงียบสงัด
มีปวัตติ์เป็นไปไม่วิตถาร
ขออย่าได้เย้ยเยาะพูดเราะราน
ดูหมิ่นการเป็นอยู่เพื่อนตูเอย.

ขอท่านผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ อย่าได้ดูถูกหยามเหยียดหยามงานของชาวนา อย่าได้ดูถูกความสุขตามประสายากและชะตาชีวิตที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของพวกเขา  ตลอดจนถึงชีวิตความเป็นมาที่ไม่สลับซับซ้อนของพวกเขา.

7. Oft did the harvest to their sickle yield,



7. Oft did the harvest to their sickle yield,
Their furrow oft the stubborn glebe has broke;
How jocund did they drive their team afield!
How bow'd the woods beneath their sturdy stroke!

7.กองเอ๋ยกองข้าว
กองสูงราวโรงนายิ่งน่าใคร่
เกิดเพราะการเก็บเกี่ยวด้วยเคียวใคร
ใครเล่าไถคราดฟื้นพื้นแผ่นดิน
เช้าก็ขับโคกระบือถือคันไถ
สำราญใจตามเขตประเทศถิ่น
ยึดหางยามยักไปตามใจจินต์
หางยามผินตามใจเพราะใครเอ๋ย.

กองข้าวที่สูงขึ้นมาได้นั้น ก็เพราะผลงานชาวนาที่ใช้วัวควายเทียมไถและจับหางไถทำการไถพลิกพื้นดิน และใช้เคียวเกี่ยวข้าว แล้วขนมากองไว้

6. For them no more the blazing hearth shall burn,



6. For them no more the blazing hearth shall burn,
Or busy housewife ply her evening care:
No children run to lisp their sire's return,
Or climb his knees the envied kiss to share.

6.ทอดเอ๋ยทอดทิ้ง
ยามหนาวผิงไฟล้อมอยู่พร้อมหน้า
ทิ้งเพื่อนยากแม่เหย้าหาข้าวปลา
ทุกเวลาเช้าเย็นเป็นนิรันดร์
ทิ้งทั้งหนูน้อยร่อยร่อยรับ
เห็นพ่อกลับปลื้มเปรมเกษมสันต์
เข้ากอดคอฉอเลาะเสนาะกรรณ
สารพันทอดทิ้งทุกสิ่งเอย.

คนที่ตายแล้วย่อมทอดทิ้งทุกสิ่งให้อยู่เบื้องหลัง โดยทิ้งบรรยากาศเก่าของการเคยผิงไฟอย่างพร้อมหน้ากัน ทิ้งภรรยาที่เคยทำกับข้าวเลี้ยงคนในครอบครัวทั้งเช้าและเย็น ทิ้งลูกๆที่เคยวิ่งมาสวมกอดต้อนรับในตอนที่กลับมาจากทำนา.

5. The breezy call of incense-breathing Morn,



5. The breezy call of incense-breathing Morn,
The swallow twitt'ring from the straw-built shed,
The cock's shrill clarion, or the echoing horn,
No more shall rouse them from their lowly bed.

๕.หมดเอ๋ยหมดห่วง
หมดดวงวิญญาณลาญสลาย
ถึงลมเช้าชวยชื่นรื่นสบาย
เตือนนกแอ่นลมผายแผดสำเนียง
อยู่ตามโรงมุงฟางข้างข้างนั้น
ทั้งไก่ขันแข่งดุเหว่าระเร้าเสียง
โอเหมือนปลุกร่างกายนอนรายเรียง
พ้นสำเนียงที่จะปลุกให้ลุกเอย.

ร่างคนตายหมดห่วงเพราะไม่มีวิญญาณแล้ว ถึงจะมีเสียงลม เสียงร้องของนกนางแอ่น  เสียงไก่ขัน และเสียงนกดุเหว่าร้อง ก็ไม่สามารถจะมาปลุกให้ร่างคนตายฟื้นขึ้นมาได้.