วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

คำโคลงไว้อาลัยเขียนในสุสานชนบทแห่งหนึ่ง โดย โธมาส เกรย์



คำว่า Elegy เป็นคำโคลงไว้อาลัยที่กล่าวถึงความตายของบุคคล วัตถุประสงค์ของการเขียนบทกวีประเภทนี้ก็เพื่อแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับความตายและไม่ใช่การเล่าเรื่องของความตาย แต่เป็นกรแสดงออกถึงความรู้สึกของความสูญเสียความเศร้าโศกและในขณะเดียวกันก็ได้กล่าวยกย่องคนตายและกล่าวถึงความหมายของกาลเวลาที่อยู่บนโลกของคนที่ตาย บทกวีไว้อาลัยของโธมัส เกรย์(Thomas Gray) เรื่องนี้ได้สะท้อนให้เห็นชีวิตของสามัญชนที่ไร้ชื่อเสียงที่เมื่อตายแล้วถูกฝังอยู่ในสุสานของโบสถ์แห่งหนึ่ง

โธมาส เกรย์ เขียนคำโคลงไว้อาลัยเรื่องนี้ขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1700 ราว 10 ปีก่อนเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษ  สภาพแวดล้อมในชนบทของประเทศอังกฤษยังมีกลิ่นอายของการเกษตรแบบล้าหลังที่ยังมีการใช้แรงงานคนและแรงงานสัตว์ประกอบกันในการทำไร่ทำนา 

ส่วนสถานที่ที่เกรย์ใช้เขียนบทไว้อาลัยเรื่องนี้คือสุสานที่ฝังศพของโบสถ์แห่งหนึ่ง ซึ่งจากหลักฐานระบุว่าโบสถ์แห่งนี้คือ St. Giles ในหมู่บ้านเล็กๆชื่อ  Stoke Pages ในมณฑลบังกิ้งแฮมเชียร์ ประเทศอังกฤษทางตอนใต้ แม้แต่ศพของ เกร์เองก็ถูกนำมาฝังไว้ในสุสานแห่งนี้เคียงคู่กับศพของมารดาของเขา  

เกรย์ได้เริ่มเขียนบทกวีไว้อาลัยเรื่องนี้ในปี ค.ศ. 1742 แต่ได้พักไว้ระยะหนึ่งก่อนแล้วเขียนต่อจนเสร็จในปี ค.ศ. 1750  Robert Dodsley ได้ตีพิมพ์คำโคลงไว้อาลัยเรื่องนี้ในปี ค.ศ. 1751 และได้มีการดัดแปลงและตีพิมพ์บทกวีไว้อาลัยเรื่องนี้ในปี ค.ศ. 1753, 1758, 1768 และ 1775 

สำหรับในประเทศไทย  ได้มีการนำคำโคลงไว้อาลัยเรื่องนี้มาแต่งเป็นกลอนในชื่อเรื่องว่า “กลอนบทดอกสร้อย  รำพึงในป่าช้า” โดย พระยาอุปกิตศิลปสาร(นิ่ม กาญจนาชีวะ)  ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องต่างๆในแบบเรียนวรรณคดีไทย เล่ม 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของกระทรวงศึกษาธิการ(เรื่องต่างๆในเล่มประกอบด้วย พระมหานคร, กรณียกิจของเราต่อชาติ, ชมป่า, ปาฐกถาเรื่องหัวใจนักปราชญ์, รำพึงในป่าช้า,นิทานเวตาล, ความสุข, โคลงโลกนิติ, จดหมายจางวางหร่ำ, นิราศพระบาท และ ประวัติอาจารย์)

ในกถามุข(คำนำ) ของ กลอนดอกสร้อย รำพึงในป่าช้า”  มีความว่า “ดังได้ยินมา สมัยหนึ่ง ผู้มีชื่อต้องการความวิเวก เข้าไปนั่งสงัดในวัดชนบท เวลาตะวันรอนๆ จนเสียงระฆังย่ำบอกสิ้นเวลาวัน กระบือและพวกชาวนาพากันกลับที่อยู่เป็นหมู่ๆ เมื่อสิ้นแสงตะวันแล้ว ได้ยินแต่เสียงจังหรีดเรไรกับเสียงเกราะในคอกสัตว์ นกแสกจับอยู่บนหอระฆังก็ร้องส่งสำเนียง ณ ที่นั้นมีต้นไทรต้นโพธิ์สูงใหญ่ ใต้ต้นล้วนมีเนินหญ้ากล่าวคือที่ฝังศพต่างๆอันแลเห็นด้วยเดือนฉาย ศพในที่เช่นนั้นก็เป็นศพพวกชาวไร่ชาวนาเอง ผู้นั้นมีความรู้สึกเยือเย็นใจอย่างไร แล้วรำพึงอย่างไรในหมู่ศพ เขียนความใสใจนั้นออกสู่กันดังต่อไปนี้”

ที่จะได้นำมาเสนอในครั้งนี้  ประกอบด้วยความตามลำดับดังนี้ 1. คำโคลงภาษาอังกฤษของ โธมาส เกรย์  2. กลอนดอกสร้อยของ พระยาอุปกิตศิลปสาร และ 3. คำถอดความเป็นร้อยแก้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น